[Review] ร้านเค้ก Puritan ซ.อารีย์ 5

posted on 29 Dec 2011 01:19 by chocolate-pin  in Cake  directory Food
ก่อนจะรีวิวขอเล่าที่มาที่ไปของการไปทานร้านนี้กันก่อนนะค่ะ ^^
 
เนื่องจากวันที่ 25 ที่ผ่านมา แน่นอนมันคือวัน Christmas วันแห่งคู่รัก(ถ้าคุณอยู่ที่ญี่ปุ่นเพราะว่าถ้าอยู่ประเทศนั้นในวันนั้นคนเดียว ชีวิตคุณมันจะดูโค-ตะ-ระน่าสงสารจริงๆ) แต่แล้วเราก็มีสอบ ไอ้เราก็ตัดสินใจนานมากว่าจะไปสอบดีไหม? แต่ก็วินาทีสุดท้ายนั้นคือเช้าก่อนสอบก็ตัดสินใจไป เอ้าอาบน้ำแต่งตัว
 
ประชาสัมพันธ์: ประกาศสำหรับนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่ใช้สิทธิ์นักศึกษาสมัครสอบ เสียค่าสอบ 40 บาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียม) จะต้องใส่ชุดนักศึกษาเข้าสอบ มิฉะนั้นจะไม่ให้สอบ
ปิ่น: เฮือก!!! เรื่องนี้มีประกาศด้วยเหรอฟร่ะ? ก็ว่าดูแล้วไม่มีนี้หว่า (ไม่ได้แต่งนักศึกษาไป) เหลือบมองนาฬิกาเหลืออีก 30 นาทีไปกลับไม่ทันแน่ เอาว่ะ หน้าด้านไปถามเพื่อความชัวร์
 
ปิ่น: เอ่ออ ขอโทษนะค่ะ คือใช้สิทธิ์นักศึกษาน่ะค่ะ แล้วไม่ได้ใส่ชุดนักศึกษาไม่ทราบว่าเข้าสอบได้ไหมค่ะ?
ประชาสัมพันธ์(หรือเจ้าหน้าที่คุมสอบนั้นแหละ): ไม่ได้ค่ะ น้องไม่รู้เหรอค่ะว่าการใช้สิทธิ์นักศึกษา ยังไงตอนสอบน้องก็ต้องใส่ชุดนักศึกษามา!
ปิ่น: -_-" (เกิดมาเพิ่งจะรู้นี้แหละ) ไม่ทราบว่ามีประกาศไหมค่ะว่าให้ใส่มา คือว่าเมื่อเช้าเช็คในเว็บก็ไม่เห็นมีแจ้งนี้ค่ะ
ประชาสัมพันธ์: ทุกอย่างทางเราได้ประกาศไว้ในเว็บแล้ว น้องไม่ทราบได้ไงกัน
 
อึ้งค่ะ อึ้ง เดินออกจากหอการค้าแบบเอ๋อๆ แล้วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าทำไมเมื่อกี้ไม่สวนมันไปว่ะ? แล้วขอดูด้วยว่ามันประกาศไว้ส่วนไหน
 
ผลปรากฎว่ามีประกาศค่ะ แต่ไม่ได้มีในหน้า Login ของคนที่สมัครแล้ว หรือแจ้งแยกต่างหาก แต่เป็นประกาศตั้งแต่ปีมะโว้ที่ถ้าสมัครครั้งแรกจะเห็น โหหหห ช่างกล้า!!! 
 
 
 
เอาเถอะ เพราะเรื่องนี้ทำให้เราได้ทานเค้กอร่อยๆ เพราะว่าหลังจากนั้นโทรไปโวยวายกะพี่ที่รู้จักมา พี่เขาเลยพาไปเลี้ยงปลอบใจ
 
...
 
ชื่อร้าน: Puritan
ที่ตั้ง: ซ.อารีย์ 5
 
ตอนเข้าไปในร้าน ต้องบอกว่าคนแต่งสวยนี้ต้องชอบ ต้นไม้เยอะ ร่มรื่น จัดได้สวยงามจริงๆ พอเดินเข้าไปพนักงานก็เดินเข้ามาถามว่าทานเค้กหรืออาหาร ทราบมาว่าถ้าทานอาหารจะไปอยู่อีกตึกหนึ่ง แต่ถ้าเค้กก็อีกตึกหนึ่ง เราก็เค้กซิค่ะ ตามมาๆ
 
 
งามแต้ๆ เข้าไปก็เจอชาวต่างชาติเลย ร้านนี้มีคนมาทานเรื่อยๆไม่ได้หยุดเลยค่ะ มีทั้งไทยและเทศ ที่ทราบเพราะนั่งโม้ในร้านนาน ฮ่าๆๆ
 
นั่งรีวิวแล้วก็เพิ่วนึกได้ไม่ได้ถ่ายตู้โชว์เค้กมา T^T
 
มาดูกันๆ
 
ชิ้นแรก
 
 
Mango Cake ราคาอยู่ที่ 170 บาทค่ะ เนื้อเป็นมูส แจ่มมากเลย เหมาะสำหรับคนไม่ชอบหวาน แต่ทานใกล้หมดก็เริ่มเลี่ยนเหมือนกัน ต้องพักทานน้ำล้างปากเล็กน้อย
 
 
ชิ้นนี้ปิ่นเป็นคนเลือกค่ะ เพราะชื่อมันเหมาะที่จะทานในวันนี้มากๆ "Christmas Roll" ราคา 170 บาทเช่นกัน
 
ชิ้นนี้ไม่เหมือนโรลหลายในบ้านเรา และเนื้อแป้งก็ไม่เหมือนเนื้อเค้กด้วย มันค่อนข้างแน่นแล้วแข็งนิดๆค่ะ รสขม แต่ถ้าดูจากรูปก็จะเห็นว่าด้านบนมีซอสสตอร์เบอร์รี่อยู่ถ้าทานแบบตัดแนวดิ่งลงมาจะได้รสเปรี้ยวกับขม อร่อยมากค่ะ นอกจากนั้นพอทานมากลางชิ้นจากภาพจะเห็นว่ามีส่วนที่เนื้อโรลเป็นเนียนๆ ตรงนั้นเป็นเนื้อช็อคโกแลตผสมรำค่ะ ถึงตรงนี้ตัดแนวดิ่งจะได้รสของความเปรี้ยว ขม หวาน และตบท้ายด้วยกลิ่นรำอ่อนๆค่ะ
 
ไม่แนะนำสำหรับคนไม่ชอบกลิ่นนะค่ะ เพราะจะทำให้อารมณ์เสียได้ (แต่ปิ่นไม่มีปัญหา ^^)
 
 
ต่อไปก็บรรยากาศเล็กๆน้อยๆค่ะ
 
 
 
 
ร้านนี้เหมาะแก่การทานเลี้ยงเล็กๆน้อยๆเป็นอย่างมากค่ะ ทั้งยังเหมาะกับกลุ่มคนที่บ้าถ่ายรูปด้วยเพราะร้านนี้จัดสวยจริงๆค่ะ
 
สำหรับคนที่กลัวว่าไม่คุ้มก็ไม่ต้องกลัวไปนะค่ะ เพราะปกติปิ่นเป็นพวกทานเค้กได้ครั้งล่ะ 2-3 ชิ้น แต่ร้านนี้เขาคุณภาพจริงๆ  1 ชิ้นก็เพียงพอ ทานเข้าต่อไม่ไหวเลย T^T แต่เสียอย่างเดียวได้ชิมไม่กี่รส โอกาศหน้าจะพาๆเพื่อนๆไปเยอะๆจะได้ลองชิมได้หลายๆชิ้น
 
แล้วก็ร้านนี้ใส่ใจลูกค้าค่ะ แม้พนักงานจะไม่ได้นั่งเฝ้าเรา หรืออยู่ในห้อง แต่ทันทีที่น้ำหมดเขาเดินมาเติมให้เฉยเลย
 
สรุปแล้วประทับใจมากค่ะ ^^
 
จะไปทานอีกให้ได้!!!

[Review] Nature Republic

posted on 27 Dec 2011 00:07 by chocolate-pin  in Cosmetic  directory Fashion
หายไปเลยเนอะ คือแบบจะอัพหลายที่มันไม่สามารถอ่ะค่ะ เหนื่อยกว่าที่คิดเลยการจะอัพ Blog ทีนึง โดยเฉพาะการที่ไม่ได้ใช้ภาษาตัวเองก็ต้องใช้ความพยายามมากขึ้น! ตอนนี้อัพทาง ameba เยอะกว่าอาจจะเป็นเพราะมันอัพชีวิตประจำวันได้เลยแบบไม่ต้องสนใจใคร ประมาณว่ามันเป็นเรื่องปกติของทางนู้น แต่ก็แอบคิดถึงทาง exteen เหมือนกันนะ อยากเขียนอะไรๆแบบมีความรู้ให้ทุกคนอ่านกันอีกไปเรื่อยๆ ^^
 
มานั่งคิดแล้วบล็อคปิ่นที่นี้ไม่ค่อยจะเฉพาะตัวเท่าไหร่เขียนแล้วแต่อารมณ์คนเขียนเลยจัดประเภทบล็อคตัวเองไม่ได้เหมือนกันแฮะ -_-" สาเหตุที่มาคิดเรื่องนี้เพราะว่าเพิ่งการประกวดบล็อคไปเมื่อไม่นาน อยากประกวดเหมือนกัน แต่เป็นคนไม่อยู่กะร่องรอย ฮ่าๆๆ
 
มา review กันเถอะ!
 
วันนี้มาพูดถึงแบรนด์ Nature Republic กันค่ะ ในไทยคงจะเคยเห็นหน้าตาแบรนด์นี้กันมาบ้างแล้วเพราะตอนแรกพี่เรนเขาเป็น presenter ค่ะ แต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นจางกึกซอกแล้ว
 
สาเหตุที่หันมารีวิวเครื่องสำอางค์บ้างเพราะว่าเพิ่งรู้สึกตอนว่าการตัดสินใจซื้อของนี้บางที่มันก็ยากเหมือนกัน เพราะมันเกี่ยวกะหน้าตาเราด้วยแล้วบางที่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเท่าไหร่ ก็เลยว่ามาลองดูด้านนี้บ้าง
 
 
ตามรูปนี้มีของปนกันระหว่าง shop ที่เกาหลีกะไทยนะค่ะ
 
เริ่มที่ของไทยก่อน
แจ้งข่าวกันเลยตอนนี้ทาง shop ไทยได้นำเอาผลิตภันฑ์ตัวใหม่ๆเข้ามาแล้วค่ะ มีตัวที่ติด best seller ที่นู้นมาขายอยู่หลายตัวด้วย (ตอนแรกไม่มีเลย มีแต่อะไรก็ไม่รู้ -_-") ส่วนตัวเก่าๆก็ยังมีขายอยู่ เพียงแต่ตัวเก่ามีราคาดีๆมาสนองที่ลด 50% >_< ถึงกลางเดือนมกราคม 2555 นะค่ะ เรื่องวันไม่แน่ใจแต่น่าจะเป็น 20 แต่ถ้าอยากได้ของดีๆแนะนำให้รีบๆซื้อค่ะ บางอย่างไม่ต้องฝากหิ้วเลย เพราะราคาถูกกว่าที่เกาหลีอีกต่างหาก
 
 
ตัวนี้เป็นมาร์คพื้นฐานของยี่ห้อนี้เลยก็ว่าได้ 1 ซองบรรจุ 1 แผ่นราคาปกติอยู่ที่แผ่นล่ะ 80 บาท แต่ตอนนี้เข้าโปรเลยตกอยู่ที่ 3 แผ่น 100 บาท มาร์คตัวนี้ชุ่มชื้นค่ะเป็นคอลลาเจน นอกจากนี้ยังเอาตัวเจลที่เหลือจากการมาร์คมาทาตามมือก็ยังนุ่มดีด้วยนะค่ะ
 
ต่อไปเป็นมาร์คราคาประหยัดได้ใจนักศึกษาอยากสวยแต่กระเป๋าแห้งค่ะ ^^
ทั้ง 2 ตัวนี้เป็นผงนะค่ะ ตอนแรกก็ไม่กล้าใช้กลัวแพ้เพราะหน้าแพ้ง่าย แต่ลองแล้วโอดีใจมากแต่กลับไปซื้ออีกทีก็ไม่มีแล้ว รอมาครึ่งปีนี้เพิ่งจะเจอกันอีกครั้งนี้แหละ
 
ราคาปกติอยู่ที่ชุดล่ะ 80 บาทลดแล้วเหลือ 40 เลยถอยมา 2 ชุด
 
สูตรแรกสำหรับหน้าสิวๆค่ะ ขอบอกว่าปิ่นน่ะสิวผื่นเยอะ แล้วเวลาอักเสบก็จะเม็ดใหญ่มากจนน่าตกกะใจเลยล่ะ แต่ว่าตอนนั้นใช้ไปได้อาทิตย์เดียวหน้าเรียบเลยล่ะ ปลื้มมากจริงๆ
 
 
เพิ่มเติม: 30.12.2011: 2.55AM -> รีวิวขั้นตอนการใช้สูตรสิวค่ะ
Photobucket
 
ตัวนี้เป็นสูตรหน้าขาวค่ะ ตัวนี้ตอนนั้นไม่ได้ลองเองเพราะว่าน้องมันจิ๊กไปใช้ แต่เจ้าตัวก็ติดใจนะค่ะ บอกว่าดีๆ
 
 
ที่บอกว่าตัวนี้เหมาะกะกระเป๋าเงินนักศึกษาก็เพราะว่าถึงแม้ตามสูตรแล้วมันจะต้องใช้ 1 ซอง 2 ครั้งก็ตามเถอะ แต่ว่าถ้าทำแบบนั้นเนื้อผงที่ผสมจะข้นมากแล้วพอมาร์คลงหน้ามันจะแห้งเร็วเกิน ส่วนอื่นยังทาไม่เสร็จเลย แข็งซะแล้ว ปิ่นก็เลยแบ่งให้ 1 ซอง 3-4 ครั้ง เว้น 2 วันแล้วทำเรื่อยๆหน้าดีขึ้นจริงๆ แต่ตอนนี้อากาศเย็นแล้วไม่แนะนำให้ทำถี่ๆกันนะค่ะ เดี๋ยวหน้าจะแห้งเอา
 
มาทางฟากเกาหลีบ้างค่ะ
 
ตัวแรกเป็นครีมกันแดด ตัวนี้เสี่ยงดวงซื้อเอาค่ะ เพราะมันติดอันดับ 9 ของหมู่ skincare บวกกับว่าถ้าในหมู่กันแดดตัวนี้ก็ถือว่าอันดับ 1 ของยี่ห้อนี้เลย แต่ก็กลัวว่ามันจะไม่เหมาะกับบ้านเราเพราะว่าที่ไทยมันไม่เอาเข้ามานิ! แต่ก็ซื้อมาเพราะตอนที่เพื่อนบินไปมันลด 50% พอดี
 
 
หอมค่ะ ไม่รู้ดอกอะไรแต่ชอบกลิ่นนะค่ะ ทาแล้วไปตะลอนตากแดดมาหน้าก็ไม่หมองนะค่ะ แต่ที่เด็ดคือปิ่นเป็นคนหน้ามันมากโดยเฉพาะ T-Zone ตัวนี้ก็ไม่เชิงว่าไม่มันเลย แต่เป็นพอธรรมชาติตรงบริเวณหน้าผากค่ะ ไม่น่าเกลียด เมื่อก่อนซับมัน 1 แผ่นยังเอาไม่อยู่เลยตอนนี้ไม่ต้องซับก็ได้ค่ะ ทาแล้วสิวไม่ขึ้นแสดงว่าไม่อุดตันค่ะ
 
สูตรนี้ในไทยก็เพิ่งเอาเข้ามาค่ะ แต่เป็นสูตรอื่นคือตัวสเปรย์สำหรับบอดี้ผสมซิมเมอร์ด้วย กับอีกตัวเนื้ออะไรไม่แน่ใจแต่ตอนแตะเนื้อมันจะแข็งๆ ตอนแรกนึกว่าเกลี่ยลำบากแต่พอเกลี่ยจริงแล้วลื่นมากเลยค่ะ คาดว่าตัวนี้คงเหมาะกับผิวคนไทยมากแน่ๆ รอครีมตัวนี้หมดก่อนแล้วจะลองแบบนี้บ้าง
 
มาลิปค่ะ ตัวนี้ไม่มีขายในไทยนะค่ะ ราคาแลดูถูกแต่ถ้าเทียบปริมาณแล้ว...แพงค่ะ
 
 
เห็นไหมค่ะความยาว 1 ข้อแล้วก็เรียวด้วยนะไม่อ้วน ตัวนี้ทาแล้วไม่เป็นคาบค่ะแล้วก็ปากไม่แห้งด้วย เจอหลายยี่ห้อที่ทาแล้วแห้ง สีนี้ชมพูอ่อนค่ะ เพิ่งเคยซื้อสีชมพูครั้งแรก ถ้าทากลางวันจะดูป่วยๆ แต่ลงกลอสใสแล้วก็หวานทันทีเลยล่ะค่ะ ชอบมาก ตัวนี้เพราะเห็นคนอื่นรีวิวไว้แล้วมันสวยจริงๆ อยากลองงรีวิวให้ดูบ้างแต่ตอนนี้ปากแห้งค่ะ ถ้าลองแล้วมันจะคิดว่าเป็นคราบเลยขออนุญาตเอาของคนอื่นมาอวดนะค่ะ สีสวยจริงๆ
 
 
 
ขอขอบคุณ crazybaboon รูปรีวิวสีลิปสติกนะค่ะ
 
จบแล้วววว ถ้าลองอะไรของยี่ห้อนี้จะมาแปะเพิ่มที่เอนทรี่นี้เรื่อยๆนะค่ะ อยากสอบถามอะไรก็ถามมาได้เลยค่ะ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ ^^
 
คาดว่าพรุ่งนี้จะอัพของกิน รอติดตามกันนะค่ะ!