[Review] 1 Day Trip in Bangkok

posted on 26 May 2013 14:32 by chocolate-pin directory Travel
ในเรื่อง The mortal instruments เคยบอกไว้ว่า "มนุษย์น่ะเคยสนใจอะไรบ้าง สนในแค่สิ่งที่อยากจะมองเห็น" และหนังสือแนวพัฒนาตนเองก็มักบอกให้เราหมั่นลองทำสิ่งใหม่ๆเสมอ เพื่อเปิดทัศนะของเรา คิดไปคิดมามันก็จริงนะ คือแค่ลองลงรถก่อนถึงป้ายบ้านตัวเองก่อน 1 บ้าน ถนนที่เราผ่านทุกวัน และคิดว่ารู้จักดีแล้ว ความจริง ยังมีร้านอาหารที่แสนอร่อยซ่อนอยู่หน้าปากซอย มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปเล่น สร้างความประหลาดใจให้ปิ่นอย่างมาก ว่าเรื่องใกล้ตัวแค่นี้ เรามองพลาดไปได้อย่างไร
 
ทริปนี้เป็นทริปไม่ได้ตั้งใจค่ะ ตอนแรกตั้งใจจะไปวัดโพธิ์ แต่เพราะรถติด ทริปนี้เลยเริ่มจากนั้น
 
 
ออกเดินทางจากบ้าน ม.ศรีปทุม นั่งสาย 524 ไป (เพราะมีเวลาไม่ได้เร่งรีบก็เลยนั่งรถเมล์ไป) เส้นทางของปอ. 524 ค่ะ ไปเรื่อยๆรถไม่ค่อยติดแต่ดันไปติดก่อนที่จะถึงวัดโพธิ์อยู่หน่อยนึง + ตอนนั้นเริ่มหิวจึงขอคุณคนขับรถว่าขอลงหน่อย พอเขาให้ลง เราก็เจอร้านเย็นตาโฟข้างทางก็เลยจัดซะหน่อย อร่อยเว่อร์อ่าาา แต่ด้วยความหิวเข้าครอบงำจึงไม่ได้ถ่ายรูปมาให้ดูกัน พอทานเสร็จก็ออกเดินทางต่อ เป้าหมายของปิ่นตอนนั้นยังอยู่ที่วัดโพธิ์อยู่นะ แต่ระหว่างเดินก็ไปเจอสวนแห่งหนึ่งที่แบบทั้งคนไทยและต่างชาตินอนบนหญ้าบ้าง ม้าหินบ้าง แล้ววิวก็ดี เลยถูกหลอกล่อด้วยวิวข้างทาง แวะไปถ่ายรูปซะหน่อย ฮ่าๆๆ สวนนี้มีชื่อว่า "สวนนาคราภิรมย์"
 
 
 
จากตำแหน่งที่ถ่ายรูปกันอยู่แอบเห็นท่าเรือแบบคนขึ้นเยอะกันมาก ทันใดนั้น เราเลยเปลี่ยนเป้าหมายจากวัดโพธิ์ไปวัดอรุณแทน เนื่องจากปิ่นไม่เคยไปแล้วก็อยากนั่งเรือเล่นด้วย คนค่อนข้างแออัดอย่างมากที่ท่าเรือ เพราะ 2 ข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้า ทำให้ทางเดินมีอยู่น้อยนิด หลังจากเบียดเสียดขึ้นเรือได้ เราก็มุ่งสู่วัดอรุณ วัดอรุณทำให้ปิ่นรู้ว่ เอ่อนอกจากพระประจำวันเกิดแล้ว เรามีเทวดาประจำวันเกิดด้วยนะเอ่อ ก็เลยได้ไหว้เทวดาประจำวันเกิดเพื่อเสริมศิริมงคลให้แก่ตนเอง ทั้งนี้จำนวนธูป สีธูปที่ใช้ขึ้นอยู่กับวันที่ตนเองเกิด แม้กระทั่งเงินที่ใช้ทำบุญก็ขึ้นกับวันเกิดด้วย (แปลกดี แต่ก็ทำ 555+)
 
<เทวดาประจำวันเกิด>
 
<ธูปหลากสี ประจำวันเกิดแต่่ละคน>
 
<คุณยักษ์ ยามเย็น>
 
 
หลังจากเหนื่อยจากการเดินทางและเดินชมวัด ก็มานั่งสบายจิบชาเย็นๆ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา แบบว่าชิลๆสบายมากๆ ผ่อนคลายดี >_<
 
 
 
พอตกเย็นเราก็เริ่มจะหิวกันอีกรอบแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะไปหาอะไรอร่อยๆแถวข้าวสาร (จริงๆ อยากสัมผัสบรรยากาศข้าวสารยามค่ำคืนต่างหาก 555+)
 
ระหว่างเดินก็เจอร้านที่หมายหมั้นอยู่ 2 ร้าน ร้านนึงมีที่นั่งอีกร้านเป็นรถเข็นไม่มีที่นั่ง แต่ปิ่นสนใจร้านที่มีรถเข็นมากกว่าก็เลย ขอร้านที่นั่งว่าซื้อไปกินด้วยได้ไหม? พนักงานใจดี ให้เอาเข้าไปด้วย และที่สำคัญทั้ง 2 ร้านอาหารอร่อย อยากกลับไปกินอีกจังเลย >_<
 
ร้านรถเข็นชื่อ Mr.Curry ฝรั่งค่อนข้างซื้อเยอะ เพราะเป็นสไตล์เดินทานได้ แล้วก็ค่อนข้างเบสิค แต่ว่ารสชาติไม่เบสิคนะ โดยเมนูที่ปิ่นเลือกทานคือไส้กรอกกับเฟรนฟรายทอด ที่เลือกเมนูนี้เพราะว่า ไส้กรอกที่เขาใช้ดูมีคุณภาพสมราคา ไม่ได้ใช้ไส้กรอกอันละ 10 บาทที่เราพบกันตามท้องถนนทั่วไป ส่วนเฟรนฟรายก็เป็นแบบชิ้นใหญ่เนื้อแน่น ซึ่งโดยส่วนตัวชอบแบบนี้มากกว่าเฟรนฟรายแบบของแมคที่เป็นแบบชิ้นเล็กเนื้อไม่แน่น นอกจากนี้ทีเด็ดยังอยู่ที่ซอสมะเขือเทศที่ราด คือมันทำคล้ายๆซุปเพราะมันเหลวๆแต่ไม่มาก อุ่นร้อนๆแล้วราดลงมา ทานแล้วได้รสชาติเป็นอย่างมาก สรุปไม่ผิดหวังจริงๆ
ร้านนั่งทานได้มีชื่อว่า PACATA ร้านนี้ไม่ค่อยใหญ่เหมือนอยู่ในคูหาเล็กๆ แต่จัดตกแต่งได้สวย น่านั่งแช่นานๆ (อันเนื่องจากเดินมาทั้งวันทั้งเหนื่อย ทั้งร้อน) เมนูร้านนี้คล้ายๆอาหารญี่ปุ่นผสมฝรั่ง (ไม่แน่ใจว่าชาติใด) เพราะมีทั้งเมนูข้าวญี่ปุ่น แล้วก็พิตต้า หลังจากมองเมนูอยู่นานก็เลือกทานพิตต้าไก่ย่าง ตอนมาเสิร์ฟแอบตกกะใจในเนื้อไก่ย่างชิ้นเบิ้มในพิตต้า อร่อยดีค่ะ แต่ทานยากไปหน่อยเพราะชิ้นมันใหญ่จริง และเป็นเมนูที่ไม่เหมาะกะการแชร์เพราะเราต้องกัดๆๆ ถ้าคนไปด้วยไม่ถือก็โอเคค่ะ
 
จากรูปคงเห็นได้ถึงความใหญ่ของขนาดพิตต้า
 
 
บรรยากาศในร้าน มีที่นั่งเป็นโต๊ะ พร้อมด้วยแบล็คกราวของแผนที่โลกที่ตกแต่งไปด้วยรูปโพลารอยของลูกค้าที่มาที่ร้าน แบ่งตามโซนจากแผนที่โลก ถ้าถามว่าน่าสนใจไหม น่าสนใจมาก (แอบเกิดเอาไว้เป็นไอเดีย ตกแต่งห้อง เวลาเที่ยวที่ไหนจะมาแปะๆ บ้าง) นอกจากนี้ถ้ามาคนเดียวก็มีเคาเตอร์บาร์ให้นั่งชิลๆ คนเดียว พร้อมไวน์ให้จิบชิลเล่นๆด้วย ต้องบอกว่าร้านนี้แบ่งพื้นที่ใช้สอยได้เริ่ดมากจริงๆ
 
อิ่มหน่ำสำราญแล้วก็นั่งตุ๊กตุ๊กไปต่อที่ปากครองตลาดเหมาดอกไม้กลับบ้าน ที่น่าแปลกใจคือต่างชาติเยอะกว่าที่คิด และยังมีหลากหลายอาชีพมาเดินกันให้ครึกครื้น ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยว พระสงฆ์ คนจัดงานอีเว้นต่างๆ ต้องขอบอกว่าที่นี้ทำเอาหมดแรงเลยทีเดียวเพราะปริมาณดอกไม้ที่ซื้อกลับค่อนข้างเยอะ ก็มีดอกบัวกำใหญ่ๆ สองสามกำเอาไปถวายพระ + ฝากแม่ให้เอาขึ้นหิ้งเพราะที่บ้าน กุหลาบพันธุ์ฮอลแลนด์ที่ดอกบิ๊กมาก เยอะมาก และเมื่อเทียบกับราคาก็คือถูกมาก ส่วนเพื่อนอีกท่านก็หอบหลายสิ่งเช่นกัน ไม่ว่าจะดอกไม้ ของสดต่างๆ ที่ขายในตลาด เกือบกลับกันไม่รอด เพราะหาแท็กซี่ยากจริงๆ ฮ่าๆๆ
 
 
สรุปทริปนี้
เวลาเดินทาง: 12.00 - 24.00 น.
ค่าใช้จ่าย (มันแชร์กัน 2 คนราคานี้คือแชร์กันนะจ้ะ): 300 บาท (ค่าเดินทาง + กิน ค่าดอกไม้นอกโครงการนะจ้ะ)
 
ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ เจอกันในทริปหน้าเร็วๆนี้ ^_^

Comment

Comment:

Tweet

@metaphysics โอ๊ะดีใจที่มีคนซึ้งกะย่อหน้าแรก แอบคิดตั้งนานว่าจะเขียนดีไหม แต่สุดท้ายแล้วก็ตัดสินใจที่จะสื่อมันออกไปให้ทุกคน เพราะอยากให้ทุกคนเปิดใจรับสิ่งใหม่ๆ ^^
ปล.ไม่ได้เจอกันนานนะจ้ะ อาจจะเป็นเพราะพี่อู้เขียน ฮ่าๆๆ

#6 By PiN on 2013-06-16 00:34

รูปสวยจังเลยค่ะ
ย่อหน้าแรกของบล๊อคนี่คมมากเลย

#5 By Metaphysics on 2013-06-13 01:47

@nirankas คมมากค่ะ!!!

#4 By PiN on 2013-06-02 23:23

ดีนะที่เดี๋ยวนี้ อุปกรณ์เล็กๆ ก็สามารถถ่ายรูปได้
เพราะความสวยของภาพ ไม่ได้ขึ้นกับความชัดเจนเสมอไป
แม้จะเบลอๆหรืออะไรไปบ้าง แต่ก็เก็บความทรงจำได้ครบถ้วน
( confused smile confused smile )

#3 By Nirankas on 2013-05-29 08:58

@nirankas พอดีรอบนี้ถ่ายด้วย iPod ภาพอาจจะไม่คมชัด ทริปหนาจัดเต็มแน่นอนค่า (ก็ทริปนี้ไม่ได้ตั้งใจอ่านะ ฮ่าๆๆ)

#2 By PiN on 2013-05-27 21:24

ภาพถ่ายริมแม่น้ำสวยมาก
( Hot! Hot! )

#1 By Nirankas on 2013-05-27 08:25